ประวัติ
ชื่อ  มาริโอ้ เมาเร่อ    (mario muarer)

 ชื่อเล่น   โอ้

 เกิด 13 กันยายน 2531

 จบจาก  เซดอมิกนิค

 ชอบเล่น สเกต ร้องเพลง

 สไตรเพลงที่ชอบ  ฮิบฮอพ

 นิสัย เป็นกันเอง

 มีพี่ 1 คน ชื่อ  มาโค เมาเร่อ(macro  muarer)

  ชอบเดินเล่น   แถวสยาม

  ผลงานที่ผ่านมา   -  ถ่ายนิตรสาร I-like model เทอกับฉัน

                                -  โฆษณา  เอ็กซิ  ขนมแจ็ค  แฟนต้า และก็พิชช่า

                                 -  ละคร   เรื่องหมู่7เด็ดสะระตรี่ ตอน ตามติดชีวิตเด็กเอน

ผลงานปัจจุบัน   หนังเรื่องรักแห่งสยาม 

 

 

 

 

ส่วนพิชว่าเขาสนใจงานด้านนี้อยู่เป็นทุนเดิม

'เรารู้ตั้งแต่มัธยมแล้วว่าอยากเรียนด้านภาพยนตร์ การได้เข้ามาเล่นก็เหมือนได้เข้ามาชิมลาง ได้เห็นบรรยากาศการทำงาน'

 

 

 

เป็นคนชอบแสดงออกอยู่แล้วด้วย?

โอ้ว่าเขาเคยเล่นละครโรงเรียนมาบ้าง

 'วันคริสต์มาสเขาให้ไปเล่นเป็นแกะ ก็สนุกดีฮะ' ซึ่งเราจะได้เห็นเสี้ยวมุมนี้ของเขาในหนังด้วย

'แต่จริงๆ โอ้ขี้อาย ใหม่ๆ ไปเจอคนเยอะๆ จะเขิน ไม่ค่อยพูด ตอนถ่ายโฆษณาชิ้นแรกยังเด็กอยู่ ประมาณ ม.4 ม.5 ตอนนั้นก็ยังเขินๆ อยู่ แต่ก็ผ่านไปได้'

 

 

ส่วนพิชว่าเวลามีงาน เขามักจะได้รับหน้าที่เป็นคนทำเพลงเสียมากกว่า

'จริงๆ มีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ที่โรงเรียนมีประกวดอะไร เพื่อนก็จะเชียร์ให้ไป แต่เหมือนไม่อยากทำ พิชเป็นคนสบายๆ ไม่ได้อยากจะมาแสดงออกแต่ถ้าอยากจะทำอะไรจริงๆ ถึงจะทำ สมมุติร้องเพลง มีคนมาขอให้ร้องก็ไม่ร้อง เขิน ต้องเราอยากจะร้องออกมาเองจริงๆ'

 

 

 

คนนึงก็ขี้อาย อีกคนก็ไม่ชอบแสดงออก ต้องมาเล่นหนังใหญ่เลยไม่ใช่เรื่องง่าย

'ยากมากครับ แล้วส่วนตัวโอ้เป็นคนตื่นสายด้วย เลยต้องปรับตัวเยอะ ที่สำคัญตอนที่ถ่ายนั้นเรียนอยู่ ม.6 ด้วย กำลังจะเอ็นท์ฯ ก็เครียดเหมือนกัน' 

'พิชไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นคนไม่ค่อยเครียด ตลกๆ มากกว่า แต่ก็แอบกลุ้มใจว่าเราจะทำยังไงให้มันดีทั้ง 2 อย่าง เพราะเรามีข้อจำกัดอย่างนึงคืออยู่ที่เชียงใหม่ ถ้าเล่นนี่ต้องบินไปบินมาเลยนะ แล้วหนังสือหนังหาจะได้อ่านรึเปล่า'

 

 

โชคดีที่ทีมงานช่วยจัดระบบเวลาให้ สองหนุ่มเลยไม่มีปัญหาเท่าไหร่แม้ว่าจะต้องทำความเข้าใจกับที่บ้านพอสมควรก็เถอะ'แม่บอกจะดีเหรอ เป็นช่วงเข้ามหา'ลัย เขาเลยแอบหวั่นๆ นิดนึง แต่แม่จะไม่บังคับ เราอยากทำอะไรเขาก็ให้ทำ แต่ต้องถูก ต้องดี'

'ของโอ้ห่วงเยอะเลยครับ แม่ด่าทุกวัน เขาบอกให้ไปเรียนเอแบคกับ ม.กรุงเทพ แต่โอ้คิดถึงตัวเอง แล้วก็งาน มันไม่ได้ เลยทะเลาะกับแม่ทุกวัน แรงด้วย เขาถามตกลงจะไปเรียนที่ไหน โอ้บอกรามฯ เพราะเราต้องทำงานไปด้วย อยากหาเงินช่วยที่บ้าน เอแบคต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะด้วย สุดท้ายเขาก็โอเค'

 

 

 

เรียนรามฯยาก แต่จะพยายามให้จบภายใน 5 ปี  ไม่งั้นเดี๋ยวแม่ด่าเอา, นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน ว่ายิ้มๆ

'พิชว่ามันอยู่ที่ตัวเรามากกว่านะ จะมหาลัยไหน มันก็ดีเหมือนกันหมด' พิชบอก และอธิบายว่า ตอนแรกเขาเองก็เสียดายที่ไม่ได้เรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตามรอยรุ่นพี่โรงเรียนและผู้กำกับฯในดวงใจอย่างชูเกียรติ แต่พอได้เข้าไปสัมผัสชีวิตที่คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็พบว่า ไม่มีที่ไหนด้อยกว่าที่ไหนอย่างที่ใครเข้าใจกันหรอก


 

 

 

'พิชจะเลือกเอกภาพยนตร์ ซึ่งที่นี่เหมือนเขามีแนวคิดทำเพื่อสังคมเข้ามาด้วย แล้วการทำหนังก็ไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิง ให้ขายได้ แต่ต้องแคร์ว่ามันถูกตามจริยธรรมรึเปล่าด้วย'

 

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยต่างกับสมัยมัธยมมากแค่ไหน?

'ต่างกันเยอะเลย เพราะของโอ้ไม่มีใครสอน ต้องซื้อหนังสือเอง ไปดูวันสอบ สังคมเพื่อนก็ไม่ค่อยมี เพราะเราทำงานด้วย'

'ของพิชจะมีสังคมเพื่อนมากกว่า แต่มันต้องปรับตัว อยู่มหา'ลัย คนมาจากทั่วประเทศ ร้อยพ่อพันแม่ ก็ต้องเรียนรู้กันไป ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ สนุกกับมัน แต่บางครั้งที่เราท้อ มีเรื่องข้างนอกมากระทบกดดัน ก็ทำให้คิดถึงบ้าน อยากกลับ เพราะตอนอยู่เชียงใหม่ เราบิ๊กมาก มีคนรู้จัก มีคนรัก แต่พอมาอยู่มหา'ลัย เราเหลือตัวแค่นี้ ก็อาศัยว่ากลับบ้านไปซึมซับกำลังใจดีๆ แล้วมาสู้กันใหม่'

  

พิชเล่าอีกว่าตอนแรกแม่อยากให้เรียนเชียงใหม่มากกว่ามาที่นี่

'เขากลัวใจแตก' หนุ่มน้อยว่าติดตลก

'แม่เป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย กลัวว่ามีของล่อตาล่อใจจะบริหารเงินไม่ดี เราก็พยายามสร้างความเชื่อมั่น กลับบ้านตรงเวลา ใช้เงินประหยัด ไม่ได้ทำเพื่อให้แม่ตายใจ แต่เป็นการฝึกตัวเองไปด้วย รับผิดชอบให้มากขึ้น'

 

 

 

ส่วนโอ้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯว่า 'สิ่งยั่วยุ' ที่มีอยู่เกลื่อนเมืองทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

'ก็มีเพื่อนที่เที่ยวกลางคืน สูบบุหรี่ แต่ปกติจะเจอกันไม่บ่อย ส่วนตัวโอ้ไม่เลย ไม่เที่ยว ไม่ชอบ เข้าไปในผับแล้วไม่ไหว ปวดหัว'

'พิชไปนะ ตามโอกาส แต่ก็จะรู้ลิมิต ดูแลตัวเอง ไม่ใช่เมาหยำเป ส่วนใหญ่ก็จะไปนั่งเฝ้าของให้เพื่อนมากกว่า แม่ก็รู้ว่าเราไม่กินเหล้า แต่ก็ถามว่าวัยรุ่นทำไมต้องไปเที่ยว พิชก็ตอบไม่ได้ มันคงเป็นเรื่องของวัย หรือยุคสมัย รุ่นแม่อาจจะชอบไปเที่ยวที่นั่นที่นี่กัน ฟังเพลงสาว สาว สาว วัยพิชก็คงเป็นอีกแบบนึง'

 

พิชฝึกรับผิดชอบตัวเอง โอ้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่มองว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่พอ

'ก็ถือว่าเราเติบโต ก้าวข้ามไปอีกขั้นนึง จากที่แต่ก่อนเป็นเด็กทำตัวไร้สาระไปวันๆ อยู่กับเพื่อนสนุกๆ พอมาตรงจุดนี้ เรามีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่มีงานเข้ามา นั่นหมายความว่าเราต้องรับผิดชอบเพิ่มอีกเท่าตัว ไม่ใช่แค่ตัวเรา แต่กับคนอื่นด้วย คือหน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การแสดง แต่ต้องแบกรับความรู้สึกของแฟนๆ ด้วย เพราะเขาก็คือคนที่เรารักเหมือนกัน'

'สำหรับพิช การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่ว่า คุณเข้าผับได้ แต่มันคือการที่เราดูแลชีวิตของเราได้ และเราพร้อมที่จะดูแลชีวิตคนอื่นด้วย'

'เราโตขึ้นอีกหน่อย แต่ลึกๆ เราก็ยังเด็กอยู่' โอ้เสริมยิ้มๆแต่พวกเขาก็ว่าได้ยินมาเหมือนกันสำหรับคนวัยนี้ ที่พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ด้วยการไปพักอยู่กันเป็นคู่ๆ'ถ้าไปอยู่ต่างประเทศ คงไม่มีใครว่า แต่ที่เมืองไทย เรายังมีกรอบที่คุมอยู่ มันยังไม่เหมาะ แต่จริงๆ พิชว่าการทดลองอยู่ด้วยกันมันก็เป็นสิ่งที่ดี ได้ศึกษากัน แต่หน้าที่ของคุณคืออะไรละ หาความรู้ ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ แล้วก็มีเงินมาเลี้ยงเขา เวลาขณะนั้นมันอยู่อีกไกลมาก ถ้าจู่ๆ ท้อง มีลูกขึ้นมา แล้วใครจะรับผิดชอบ งานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี สุดท้ายคนที่ต้องเสียใจคือพ่อแม่ ต้องดูแลทั้งลูกและหลานที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มี'

 

แล้วคิดยังไงกับการรณรงค์ให้ 'ยืดอก พกถุง'?

'โอ้ว่าดีมาก มันตรงดี ถ้าเราไม่บอก เขาก็ไม่ทำ บางคนเขาก็ไม่กล้าจะเดินไปซื้อ ไม่กล้าป้องกัน แต่โอ้ว่า ไหนๆ จะมีแล้ว ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า' เขาบอก แม้ส่วนตัวจะเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก'ก่อนหน้าก็จะมีการรณรงค์ห้ามชิงสุกก่อนห่าม แต่ประเทศเราเดินมาจนถึงขั้นนี้ เกินที่จะควบคุมแล้ว มันถึงต้องมีสโลแกนยืดอกพกถุงขึ้นมา ถ้าจะมีอะไรกัน ก็ป้องกันแล้วกัน จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา พิชว่ามันก็โอเค ไม่ยั่วยุหรอก ถ้าจะยั่วยุก็ยั่วยุกันมาตั้งนานแล้ว ทำกันมาตั้งนานแล้ว

 

ติดตามได้อีกเพียบคลิกที่นี่นะคะ...


 

 

 

 

 

 

 

วันนี้อากาศก็เริ่มที่จะเย็น เหน็บหนาว ขึ้นทุกที ก็เพราะใก้ลฤดูหนาวแล้วสิค่ะ  มองซ้ายมองขวา มองไปมองมา รอบตัวก็ล้วนมีแต่ปัญหารอบข้างราคาข้าวของก็แพง  ก็เพราะน้ำมันที่แพงหูฉีก แบบฉุดกันไม่อยู่กันเลยทีเดียว  แต่ก็นั้นแหละค่ะทำใจดีกว่านะคะ จะได้ไม่เครียด

 

เช้าวันก่อนดิฉันอ่านข่าวหน้าหนังสือพิมพ์เห็นพาดหัวข่าวตัวพอเหมาะ  พูดถึงสาวประเภทสอง ( ที่ไม่ได้แปลงเพศ ) ที่เรียกร้องสิทธิการใช้คำนำหน้า "นางสาว" ก็ถกเถียงกันไปนานาทัศนะ บางส่วนก็เห็นชอบ บางส่วนก็คัดค้าน  แต่ส่วนตัวดิฉันไม่ขอออกเสียงนะคะ อยู่เงียบๆ ดีกว่า 

 

เวลาเดียวกันนั้นดิฉันก็ทราบข่าวน้อง'ฟิล์ม' หรือ ธัญญรัศม์ จิราภัทรภากร สาวประเภท 2 ผู้คว้าตำแหน่ง Miss International Queen  มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี มองดูแล้วก็น่าปลื้มค่ะ  เพราะน้องเค้าสวยเหลือเกินเรามองดูแล้วน้องเค้ายังไงก็ดูเป็นผู้หญิงที่สวยจริงๆ

 

แต่ก็นั้นแหละค่ะ  อยู่ดีๆ ดิฉันก็นั่งคิดถึงคำว่าความรักของเหล่าสาวประเภทสองว่าจะสุขสมหวังประการใด  ทันใดนั้นตัวดิฉันเองก็ส่วมวิญญาณสาวประเภทสองสอบถามเอาความจริงใจจากใจชายไทยที่ชอบสาวประเภทสอง  ว่าเค้ารู้สึกอย่างไรกับสาวประเภทสองที่เค้าคบอยู่ตอนนี้

 


1.  หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ( หน้าตาดี รูปหล่อ )       อายุ 21 ปี
      :  ส่วนตัวผมชอบครับ แต่ไม่เปิดเผย  แบบแอบไปหาบ้างครั้งคราว แต่ผมก็รักเค้านะแต่เปิดเผยไม่ได้ครับ อายเพื่อนๆ ในกลุ่ม

 

2.  หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ( หน้าตาไม่หล่อเลย )      อายุ 19 ปี
      :  ผมชอบครับไม่รู้สึกอายที่ต้องคบหา หรือไปไหนมาไหนกับสาวประเภทสอง ผมว่าเค้าจริงใจดีครับ

 

3.  หนุ่มพ่อค้าอดีตทหารปลดประจำการ                     อายุ 23 ปี
      :  ผมเองเคยแต่งงานมีลูก ก่อนหน้าเคยรังเกียจสาวประเภทสองมาก แต่ปัจจุบันเลิกกับภรรยาและพาสาวประเภทสองเข้าบ้านแล้วครับ

 

4. หนุ่มนักการขายฝีปากกล้า                                     อายุ  26 ปี
      :  ดีครับผมว่าเค้าน่ารัก อยู่ด้วยและผมมีความสุข ช่วยผมคลายเครียด คลายเหงาได้เยอะเลยทีเดียวครับ ขอบคุณครับ

 

5.  หนุ่มนักแซท โลกไซเบอร์                                    อายุ  24 ปี
      :  ผมเคยคบหากับสาวประเภทสองครับ ก็มีเยอะเลยจนผมเองก็เลือกไม่ถูก สวยบ้างไม่สวยบ้าง สนุกดีครับผมว่าไม่ต้องไปรับผิดชอบอะไร
เค้ามากเพราะทุกคนมีแต่คนเอาใจผม

 

ถึงแม้จะอย่างไรก็ตามนะคะ นี่ก็เป็นแค่ผลการสอบถามบางส่วนจากปากชายไทย ซึ่งอาจจะเป็นส่วนน้อยในสังคมก็ตาม  แต่ดิฉันเองก็รู้ยังรู้สึกดีๆ กับสาวประเภทสอง ยังรู้สึกเสมอว่าเค้าเป็นเพื่อนที่ดีและจริงใจเสมอ มีความสามารถที่ดิฉันเองก็ทำไม่ได้   ที่สำคัญสร้างความสนุก สร้างความบันเทิงให้กับเราได้ทุกเวลา

 

และคุณล่ะค่ะ วันนี้ยอมรับพวกเธอได้แค่ไหนกัน...   ติดตามผลโหวดได้ที่ Women Mthai.com นะคะ

edit @ 21 Nov 2007 15:37:07 by Madum

edit @ 21 Nov 2007 15:59:53 by Madum

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 20 Nov 2007 15:29 by madumlove

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก